เคยสงสัยมั้ยคะว่า “หรือผู้ชาย เสียใจไม่เป็น ?”

ตอนครูเปิ้ลเป็นนิสิต สุขภาพจิต คณะแพทย์ มีโอกาสได้ทำรายงานเรื่อง น้ำตาลูกผู้ชาย
รู้หมือไร่ เอ้ย รู้หรือไม่^^

ใครสะอื้นไห้เวลาดูหนังเศร้า
ใครจะเป็นจะตายเวลาอกหัก

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะ ว่าคำตอบคือ “ผู้ชาย”
การศึกษาภาวะด้านอารมณ์ของผู้ใหญ่ 500,000 คน กลุ่มตัวอย่างเพศชายระบุว่า ผู้ชาย รู้สึกอ่อนไหวสูงพอๆ กับผู้หญิง
การศึกษาคู่สามีภรรยาพบว่าทั้งสองอ่อนไหวต่อความเครียดของคู่สมรสมากเท่าๆ กัน
แต่ทางออกของความอ่อนไหวนั้น
กลับต่างกัน…อย่างสิ้นเชิง

น้ำตาลูกผู้ชาย

ครั้งล่าสุดที่เห็นคุณพ่อร้องไห้ เมื่อไหร่คะ
ของครูเปิ้ล จำแทบไม่ได้เลย
เอ หรือ คุณพ่อไม่มีน้ำตา ?!?

เด็กชายทุกคนได้รับการสั่งสอนว่า Big Boy Don’t cry มาตั้งแต่เด็ก
พออายุหนึ่งขวบก็เริ่มหันไปสนใจกับสิ่งที่เคลื่อนไหว เช่น รถยนต์ มากกว่าจะมองหน้าคน สบตาคนน้อยกว่าเด็กผู้หญิง
การศึกษาพบว่า พ่อ-แม่มักจะ แสดงความรู้สึกกับลูกชายน้อยกว่ากับลูกสาว (ยกเว้นอารมณ์โกรธ)ทำให้ผู้ชาย แสดงอารมณ์เล็กๆน้อย ละเอียดอ่อนไม่ถนัดนัก นอกจากเก็บไว้แล้วระเบิดทีเดียวเหมือนกับที่ตนเคยได้รับการระเบิดมา
เด็กชายจึงรู้จักคำศัพท์เกี่ยวกับ “อารมณ์” น้อยกว่าเด็กผู้หญิงหลายเท่า

ผู้ชาย ไม่พอใจ ก็คือ ไม่พอใจ ตรงๆ ชัดเจน
แต่ผู้หญิงมี มึน อึน นอยด์ ขึ้น มองบน รมณ์เสีย บลาๆๆ

นั่นก็เพราะ มันมีที่มาตั้งแต่ครั้งยังเป็นเด็กผู้ชาย
เคยเห็นมั้ยคะ เด็กผู้ชาย เวลาอยู่ในสนามเด็กเล่นนอกบ้าน ถ้าล้มก้นจ้ำเบ้าก็ถูกสอนว่าต้องกลั้นน้ำตาและไม่เจ็บ ไม่ร้องไห้ ขี้ขลาดไม่ได้ เราเป็นผู้ชายห้ามอ่อนแอ

เมื่อเข้าโรงเรียน ใบหน้าของเด็กชาย ที่เคยเปิดเผยอารมณ์ไม่ต่างจากเด็กหญิง
เริ่มแสดงอารมณ์น้อยลงเรื่อยๆ

พอโตเป็นผู้ใหญ่ จิตวิทยาผู้ชายจะพูดจำกัด
ลึกๆเเล้ว ผู้ชาย พูดมีไว้เพื่อแสดงว่าตนเหนือกว่าผู้อื่น พูดเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล เช่น คอม ช่าง กีฬา งาน ธุรกิจ เพื่อความก้าวหน้าในชีวิต
ตรงข้ามกับผู้หญิงซึ่งจะพูดเพื่อดึงดูดความสนใจคนรอบข้าง เเสดงอารมณ์ เมาท์มอย ปลดปล่อย บันเทิง

“ผู้หญิงพูดเพื่อให้หัวสมองปลอดโปร่ง แต่ผู้ชายคิดก่อนพูด”
นายแพทย์มาร์ก กูลส์ทัน จิตแพทย์และผู้แต่งหนังสือ เคล็ดลับหกประการให้สัมพันธภาพยืนยาว (The 6 Secrets of Lasting Relationship)
“ถ้าไม่คิดก่อนพูดผู้ชายอาจหลุดปากพูดอะไรโง่ๆ ออกไปจนเสียหน้า
หรืออาจพูดไม่เข้าหูคนจนกลายเป็นเรื่องชกต่อย
ทางที่ดีคือไม่พูดอะไรเลย”

แม้ปัจจุบัน กฎเกณฑ์และบทบาทระหว่างชายหญิงเริ่มผ่อนปรนบ้างแล้ว ผู้หญิงเริ่มมีบทบาทความเป็นผู้นำมากขึ้น ผู้ชายแสดงความอ่อนไหวได้ง่ายขึ้น
เเต่แม้ ชายบางคนกล้าพอจะเปิดเผยความอ่อนแอของตน หลายคนยังสับสนว่าควรเปิดเผย
แค่ไหน
“แฟนผมบอกว่า มีอะไรให้พูด คนเราอ่อนแอได้ เปิดเผยได้เลยนะ แต่พอเราเริ่มหัดบ่น แสดงออกนั่นนี่ ก็บอกว่าอยากเห็นเราเป็นหลักอันมั่นคงให้เธอมากกว่า งง”
“เหมือนเรียกร้องให้เรากระโดดไปมาระหว่างความสุดโต่งสองขั้ว ซึ่งสับสนมาก “
“ผู้ชายไม่มีแนวทางหรือตัวอย่างว่า ต้องทำตัว วางตัวยังไง จึงจะได้ชื่อว่าเปิดเผยความรู้สึกได้และเข้มแข็งไปพร้อมกัน”

ใครดูหนังรักแห่งสยาม จะเห็นฉากที่พี่สาว(พลอย)ของตัวเอก(มาริโอ้) หายตัวไป หลังจากนั้น พ่อ (กบ ทรงสิทธิ์) ก็ซังกะตาย ไม่ทำอะไร นอนติดเตียง ไม่ลุกไปไหน ในขณะที่แม่(นก สินจัย) เเม้จะนั่งร้องไห้หนักมาก แต่ลุกขึ้นมาทำกับข้าว นำไปวางไว้ให้สามีกิน ออกไปทำงาน เลี้ยงดูลูกชายอีกคน(มาริโอ้) ที่กำลังมีพฤติกรรมเบี่ยงเบน อย่างเข้มเเข็งเดียวดาย

เมื่อ 13 ปีที่แล้ว คริส ชโรเดอร์ นักธุรกิจวัย 48 มีชีวิตเพียบพร้อม สุขภาพแข็งแรงมีงานที่ชอบ มีภรรยาและลูกสุดที่รักสองคน แต่ภายในหนึ่งเดือน ทุกอย่างก็พังทลายลง เมื่อเขาป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบจนต้องเข้าพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล จากนั้นก็ถูกปลดออกจากงาน ชีวิตแต่งงานพังลง เขาคาดไม่ถึงว่าชีวิตจะเลวร้ายถึงเพียงนี้ คริสทวนความหลังว่า “ผมดำเนินชีวิตต่อไปแบบซังกะตาย แต่ไม่แสดงความรู้สึกในใจมากนัก ผมไม่เฉลียวใจเลยว่าเราควรปลดปล่อยความกลัดกลุ้มออกมาบ้าง และไม่รู้ด้วยว่าควรปล่อยอย่างไร”

หากเราไม่รู้จะระบายความกลัดกลุ้มยังไง
นั่นคือสิ่งที่อันตรายมากมายนะคะ

นั่นคือส่วนหนึ่งที่สนับสนุนผลงานวิจัยที่ว่า ผู้ชายเสี่ยงต่อการเป็นโรคซึมเศร้าสูงกว่า แต่เมื่อเป็นแล้วฆ่าตัวตายสำเร็จเกือบร้อยเปอร์เซนต์
เรียกได้ว่า บ่นว่าเศร้าไม่นาน พบอีกทีอยู่ที่ศาลาวัดเลย

เพราะธรรมชาติสมองของผู้ชาย มีการสื่อสารระหว่างซีกซ้ายซึ่งควบคุมระบบเหตุผลกับซีกขวาได้น้อยกว่าผู้หญิงเป็นเหตุให้ คุณผู้หญิงงอนจนปากคว่ำ ถอนหายใจสามครั้ง เดินช้าลง ยิ้มเเห้งยังไง ผู้ชายก็มองไม่ออกอยู่ดี ว่าสาวเจ้างอลลล

และเป็นเหตุที่ว่า ผู้ชายมีทางออกในการแสดงออกทางอารมณ์
น้อยจนน่าเป็นห่วงต่อสุขภาพใจ

ผู้หญิงต้องเข้าใจ

  • อย่ากด เวลาที่ผู้ชายแสดงอารมณ์อ่อนไหว อ่อนแอ ถ้าผู้ชายเปิดเผยความรู้สึกแล้วต้องเจ็บปวดเพิ่ม เค้ากลับเข้าไปในกำแพงแห่งความเข้มแข็งที่ก่อไว้ และไม่ออกมาอีกนาน
    สิ่งที่ผู้หญิงต้องทำคือ “ช่วยให้ผู้ชายข้างกายรู้สึกสบายใจที่จะแสดงความรู้สึกนะคะ”
  • เวลาพูด ให้อยู่”เคียงข้าง” แทนที่จะ “ประจันหน้า” นักจิตวิทยากล่าวว่า การยืนเผชิญหน้ากับผู้ชายจะทำให้เขารู้สึกว่าถูกท้าทายและยั่วยุ เพราะฉะนั้น แทนที่จะนั่งตรงข้ามกับสามี ควรนั่งข้างๆ เขา
  • ทำกิจกรรมประเภทกีฬาร่วมกัน ปราการในหัวใจผู้ชายจะอ่อนบางลง ดังนั้น จึงควรปล่อยให้เรื่องราวต่างๆ ผุดขึ้นมาอย่าเร่งเร้า แล้วทำให้ผู้ชายสบายใจที่จะได้เล่าอะไรต่อมิอะไรบ้างก็ยังดี– อย่าพยายามวิเคราะห์หรือวิจารณ์ชีวิตวัยเด็กของเขา
  • อย่ากดดันให้เค้าเล่าปัญหาในวันที่เค้าเจออะไรร้ายๆมาสุดๆ เพราะเขาไม่คิดว่าการเล่าจะช่วยแก้ปัญหาได้ และเค้าไม่ปลอดภัยที่จะแสดงว่าตัวเองไม่โอเค
    “อยู่เคียงข้างอย่างใจเย็ยก็พอ”
    -อยากได้อะไรให้บอกไปตรงๆ นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยโทเลวิจัยพบว่าสามีอาจอ่อนแอและต้องการกำลังใจไม่ต่างจากภรรยา เพียงขึ้นอยู่กับจังหวะเวลาเท่านั้น เเละ ผู้ชายไม่ถึงกับไม่รู้ร้อนรู้หนาว แต่ภรรยาต้องทำให้เขาทราบว่าตัวภรรยาเองต้องการอะไรและเมื่อไหร่
  • บอกสามีว่าเขามีความหมายต่อคุณเพียงไร จิตแพทย์แนะว่า ผู้หญิงควรถามความเห็นจากสามีว่า “ทุกวันนี้ ฉันให้เกียรติคุณน้อยลงรึเปล่า มีอะไรที่ต้องปรับให้คุณสบายใจมั้ย” “บอกเขาว่าคุณรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกโชคดีมากที่ทีเขามาร่วมชีวิตด้วย และขอโทษด้วยที่ไม่ได้บอกให้รู้เช่นนี้บ่อยๆ ”

ทางออกของผู้ชาย

-เล่นดนตรี กีฬา หาวิธีแสดงออกด้านอารมณ์อย่างสร้างสรรค์
-ออกกำลัง นั่นคือการระบายความเครียดขั้นอยากเอาหัวชนฝาได้ที่ที่สุด
-หาคนที่เข้าใจและใช้คำว่า “นิดหน่อย” เช่น เศร้า “นิดหน่อย” หรือ กลัว “นิดหน่อย” อย่างนี้ไม่ได้ทำให้ใครดูแย่ ดูแมนด้วยซ้ำที่ยอมรับว่าไม่โอเคอย่างแผ่วเบาไม่รุนเเรง
หลังจากนั้น ถ้ารู้สึกปลอดภัย จึงเริ่มเปิดเผยไปจนหมดเปลือกนะคะ

สุดท้าย

คำดีดีจากผู้หญิง จะสามารถละลายกำแพงที่มีต่อกันได้
การแสดงอารมณ์นิดหน่อยของผู้ชาย จะป้องกันความเครียดเก็บกดฝังใน ป้องกันการเบรคเเตกได้เช่นกัน

เพราะผู้ชาย เสียใจได้ร้องไห้เป็น
และก้าวเเรกของความเข้มแข็ง คือการมองเห็นและยอมรับปรับปรุงในจุดที่ตนอ่อนแอ

#กำกับใจ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *