ทางลัด สร้างความมั่นใจ ทำอะไรก็สำเร็จ

อยากจะเปลี่ยนเเปลงโลกกกกก!!
แต่เจอคนดูถูก นินทา ก็กลับมานั่งห่อตัวอยู่ในมุมมืด

น่าเสียดาย คนเก่ง ดี มีความสามารถ
แต่ไม่มั่นใจในตัวเองเอาซะเลยนะคะ
ไม่กล้าก้าวออกไป
จนสุดท้าย หมดไฟ ไม่ลุกขึ้นมาทำอะไร ลาจากไปตามธรรมชาติ

ไม่อยากเป็นเเบบนี้
ลองเอาเทคนิคสร้างความมั่นใจ ไปปรับใจเเละกายตัวเองกันดูนะคะ

1. ปรับความมั่นใจ ด้วยการ”ปรับร่างกาย”

ร่างกายเป็นของเรา เราควบคุมได้ค่ะ
เราสามารถปรับร่างกายให้สง่างามขนาดไหนก็ได้…ปรับซะ

ลมหายใจเป็นของเรา
เราจะหายใจลึกๆขนาดไหนก็ได้ ดังนั้น..ปรับได้เลยค่ะ

สายตาเป็นของเรา
เราจะมอบสายตาที่อ่อนโยนเมตตาเเด่ทุกคนที่มองเราขนาดไหนก็ได้
รออะไร ปรับสายตาได้เลยค่ะ

ทำทันที

แค่นี้ เมื่อปรับกายให้สง่างาม ยืดตัวสูง หน้าเชิด หลังตั้งตรงสง่า
สูดลมหายใจลึกๆ สมองปลอดโปร่ง อารมณ์จะเย็นขึ้นทันตา
เพราะสมองเราจะส่งสารถึงใจเราทันทีว่า
เราเป็นคนมั่นใจในตนเอง
ทฤษฎีนี้ เรียกว่า Bio feedback
ลองสิจ๊ะ รออะไร^^

2. ปรับลดความตื่นเต้น

ถ้าเราลดความตื่นเต้นได้ เวลาที่อยู่ในสถานการณ์ท้าทาย
เช่น นำประชุม พูดต่อหน้าสาธารณชน พบคู่ค้าใหม่ ขึ้นเวทีเปิดงาน
เราจะมั่นใจยิ่งขึ้นเเน่นอน
เพราะมนุษย์เราเมื่อผ่านเหตุการณ์ท้าทายไปได้ ใจเราจะฟู selfเราจะlevel up
เป็นความสุขที่ยั่งยืน บนพื้นฐานของความสำเร็จที่เรา”ทำได้เอง”
ดังนั้น ใครควบคุมได้ มีแนวโน้มจะมีความมั่นใจเพิ่มระดับได้ไม่รู้จบค่ะ

มาแก้กันเถอะ

คนตื่นเต้นมักหายใจติดขัด พูดรัว ดูล่ก ลน ไร้โฟกัสที่ชัดเจน
พาทำให้เราตะกุกตะกักไปหมด ทำอะไรได้ลำบาก
อย่างนี้ ยากจะมั่นใจค่ะ

เราแค่ปรับร่างกายให้เคลื่อนไหวอย่างใจเย็นค่ะ
โฟกัสทีละอย่าง พูดทีละประโยค ด้วยใจสบายๆ

อีกครั้งนะคะ
โฟกัสทีละอย่าง มองทีละอย่าง
พูดทีละประโยค ช้าๆ ชัดๆ
เเล้วเบื้องต้น ความตื่นเต้นจะค่อยๆเลือนหายไปอย่างช้าๆค่ะ

เทคนิคขั้นเทพ ขั้นต่อมาคือ ก็คือ พูดในสิ่งที่เราอยากฟังด้วยนะคะ

เช่น “ทุกอย่างจะต้องโอเค”
ไม่ใช่ “ตายๆๆๆๆๆ คนเยอะอย่างนี้ตายเเน่!!!!”
แบบนั้น โดนความตื่นเต้นกลับมารุมสกรัมแน่นอนค่ะ

พูดช้าๆ ชัดๆ
ปรับระดับสายตาให้โฟกัสมองไปข้างหน้า
ยิ้ม เงยหน้า มองฟ้าอย่างเย็นใจ

“ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ เราตั้งใจพูด เราตั้งใจทำ มอบสิ่งดีๆให้คนอื่น
ใจเย็นๆนะ ทุกอย่างจะต้องผ่านพ้นไปได้ด้วย สวยงามเเน่นอน”

แค่นี้ ความตื่นเต้นก็เริ่มคลาย แถมยังทำให้มีใจเย็นขึ้น
ได้ฟังสิ่งที่เราพูดกับตัวเองอย่างรื่นหูด้วยค่ะ

3. ปรับใจให้มีความเชื่อมั่น เพราะสิ่งนี้จะอยู่ยงคงกะพัน ลึกซึ้งยาวนาน

เทคนิคการปรับใจ ค่อนข้างลึกซึ้ง
เพราะเรามักมี core belief หรือความเชื่อฝังลึกยากจะปรับอยู่เเล้ว มาจากเหตุการณ์ล้มเหลวในชีวิตที่เติบโตมา ความหลังฝังใจ สิ่งที่เราเคยร้องไห้จมน้ำตาในอดีต บวกกับสุขภาพจิตที่ไม่เเข็งเเรงพอ ก็ทำให้ใจบาดเจ็บ เก็บยาวได้ค่ะ

เช่น ฉันไม่ดีพอ / ฉันไม่เก่ง / โลกใบนี้น่ากลัว / อยู่ยาก
พอเกิดเหตุการณ์ที่เราทำอะไรล้มเหลว เราเลยกลับมานั่งถ่มถุยตัวเองว่า

“นั่นไง!! ชั้นไม่ได้เรื่องจริงๆ เค้าถึงทิ้งชั้นไป!!”

วิธีการปรับใจใช้เวลาพอสมควรนะคะ แต่ข่าวดีคือ แต่ทำได้ง่ายมากๆ
ใครอยากล้างปม ลองทำดูนะคะ

1. ลองนั่งนึกถึงชีวิตเราสิคะว่า เราเคยผ่านความล้มเหลวอะไรมาบ้าง
2. ยอมรับว่า “เรามีส่วน”ในความล้มเหลวนั้นเอง อย่าเอาแต่โทษคนอื่น
จริงอยู่ที่คนๆนั้นมาทำร้ายเรา เค้าไม่ดี เเต่ เราเองก็มีส่วนรับคนไม่ดีเข้ามาในชีวิตจริงมั้ยคะ
ด้วยความเด็ก ด้วยประสบการณ์น้อยๆ ทำให้เรามองไม่ออกว่าจะถูกหลอกไง

หรือ เราเกิดมาไม่พร้อมเท่าเพื่อน เลยไม่รุ่งเท่าใครๆ
แต่เดี๋ยวก่อน เเล้วเราเองได้ขยันเท่าคนที่ลำบากกว่าเรามั้ยคะ?

ลองยืดตัวตรง ยอมรับสิคะว่า เราเคยไม่พยายามมากพอ ก็เลยสอบตก
เรามีแม่ขี้บ่นก็จริง แต่เราก็เถียงหนักมาก
ซึ่งการด่าแม่กลับ ก็ไม่ใช่หน้าที่ลูกที่น่ารัก เรามีส่วนสร้างสงครามในบ้านใช่มั้ย

เคล็ดลับสร้างความมั่นใจคือ เราต้องกล้ารับผิดชอบความผิดพลาดในอดีตค่ะ
ว่านั่นคือส่วนหนึ่งที่เราทำเอง ไม่ใช่คอยโทษคนอื่น
แมนพอเมื่อไหร่ ใจเราจะเลิกเข้าใจว่าตัวเองอ่อนเเอ เเพ้พ่าย เป็นเหยื่อ
แล้วชีวิตต่อจากนี้ จะถูกยึดอำนาจคืนด้วยมือเราเองค่ะ

4.เรียนรู้ว่า เหตุการณ์ล้มเหลวในอดีต ให้บทเรียนอะไรกับชีวิตเราบ้าง

“การที่คนรักจากไป ทำให้รู้ว่าเราจะดูแลรักครั้งใหม่ให้ดีกว่าเดิมได้อย่างไรบ้าง”
“สอบตก ไม่ใช่ว่าเราไม่ได้เรื่อง โง่ แต่เพราะเราไม่พยายามให้มากพอ เราจะตั้งใจแบ่งเวลามาอ่านหนังสือให้ทันกว่าครั้งที่แล้ว”
” เมื่อเราเถียงแม่ แม่ก็โกรธเรา
เราอยากให้บ้านสงบ เราจะหาวิธีใหม่ ไม่ใช่ด่าเเม่ เพราะมันไม่ช่วยให้บ้านสงบเลย”

วิธีนี้จะทำให้เรา”รักอดีต”
เราจะรู้เลยว่า ไม่มีอะไรในชีวิตที่ผิดพลาดร้อยเปอร์เซนต์
ทุกเหตุการณ์ผ่านเข้ามาเพื่อส่งให้เราเป็นที่ดียิ่งกว่าเดิมทั้งนั้น ถ้าเราเรียนรู้มัน เราจะเติบโต
เก่งขึ้น แกร่งขึ้น ผ่านด่านได้ ประวัติศาสตร์ไม่ซ้ำรอยเดิม

5. เมื่อเราเรียนรู้เเล้ว สุดท้าย ลองหลับตาคิดถึงตัวเราค่ะว่า

เคยผ่านความล้มเหลวอะไรมาบ้าง
และมันน่าภูมิใจเเค่ไหน

อาจจะเป็นเรื่องเล็กๆน้อย แต่มันหมายความว่า
เราฉลาด เก่ง เจ๋งแค่ไหนที่ผ่านอุปสรรคนานานั้นมาได้

ทางจิตแล้วคนที่ผ่านความลำบากมา
น่าภูมิใจกว่าคนที่ชีวิตโรยด้วยกลีบกุหลาบหลายขั้นนักนะคะ

“ฉันภูมิใจที่…พยายามตื่นมาออกกำลังกายสำเร็จ”
“ฉันภูมิใจที่..หักห้ามไม่ชอปปิ้งจนลืมตัวได้”
“ฉันภูมิใจที่…อดทน ไม่โวยวายคุณเเม่ในวันนั้นได้”
“ฉันภูมิใจที่…ขยันฝ่าฟันจนสอบผ่านวิชาที่ยากเหลือเกินมาได้”

ยิ่งถ้าเราเขียน เราจะเห็นชัดเจนที่สุด
ยิ่งเราเขียนทุกวัน ทุกวัน
เราจะเห็นสิ่งดีดีที่เราเป็นนั้น อย่างเเจ่มเเจ้งต่อเนื่องฝังลึกที่สุด

สิ่งนี้จะส่งผลให้เราจะรักตัวเอง ชื่นชมตัวเองอย่างเเน่ชัด
ส่งผลให้มั่นใจในตัวเอง (Self Mastery) ลึกซึ้งถาวร กาลนานเทอญค่ะ

แท้จริงเเล้ว
ใคร…ก็สร้างความมั่นใจให้เราไม่ได้ ถ้าใจเราไม่ยอม
ดังนั้นลองกำกับใจให้ฝึกฝนกันนะคะ
อย่าลืมว่า ถ้าใจ มาทุกอย่างสร้างได้

เเค่มั่นใจขึ้น
โอกาสดีดีที่ผ่านมาเมื่อไหร่
เราจะก้าวเข้าไปคว้าไว้ได้ทันทีทันใดเเน่นอนค่ะ

ครูเปิ้ล #MindDirector
ผู้อำนวยการสถาบันIDEO
www.facebook.com/ideoperformingarts

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *