วันนี้คุณคุยกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา แล้วหรือยัง ?

คำถามนี้อาจจะฟังดู แปลกจัง สำหรับคนไทยเรานะคะ
แต่ถ้าเป็นเมืองนอก การคุยกับนักดูแลจิตใจ
เป็นเรื่องชิคๆคูลๆเหมือนมีที่ปรึกษาส่วนตัว
เท่นะคะ

คนไทยเราอาจจะกลัวดูป่วย ดูไม่ดี หรือเกรงว่าจะไม่มีอะไรดีขึ้น
วันนี้ #MindDirector รวมคำถามต่างๆนานา เกี่ยวกับการคุยกับนักจิตวิทยาให้คำปรึกษา จิตแพทย์มาให้ค่ะ

– คุยกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา ช่วยให้คลายเศร้าได้
หายทุกข์ได้ จริงหรือ ?

จริงค่ะ
จิตเเพทย์ นักจิตวิทยาเก่งๆ ก็เหมือนหมอผ่าตัดสมองเลยนะคะ
แก้ปมปัญหาคาใจให้คนไข้ให้เช็ดน้ำตาที่ไหลได้ด้วยใจคนไข้ตัวเอง
ไม่ได้ใช้คำสอน
ไม่ได้ชี้บอกทาง
แต่มีกระบวนการ ขุดหาต้นตอปัญหา trackingและ problem solving พาไปสู่ทางสว่าง จบปัญหาคาใจ เป็นเรื่องๆไปพร้อมๆกัน ไม่มัวมา #วน ลูปซ้ำไปมาให้เสียน้ำตานานๆเลยค่ะ

– แล้วบางครั้ง ที่เเก้ไม่ค่อยได้ มีมั้ย ?
เพราะอะไรคะ?

มีค่ะ ^^
บางครั้งที่จิตเเพทย์ นักจิตวิทยา ไม่สามารถดูแลคนไข้ได้ดีขึ้น
นั่นเพราะ เรามีหน้าที่แค่”ส่งเชือก”ให้คนไข้
ขึ้นอยู่กับว่าเขาจะปีนขึ้นมามั้ย?

ฟังดูใจร้ายจังเลยนะคะ ที่ไม่ยอมคะยั้นคะยอ โอ๋เอ๋ ให้อยากปีนขึ้นมาสุดๆ
มีเเค่เพียงคำถามว่า คุณจะขึ้นมา หรือนั่งอยู่ตรงนั้นก็ได้
ถ้าคุณอยากหาย การนั่งอยู่ตรงนั้น จะช่วยให้คุณหายมั้ยคะ ?

และทำได้อีกคือ ส่งกำลังใจ บิวท์พลังให้ว่า
“ปีนขึ้นมาเองได้เลยค่ะ ปีนเอง คุณทำได้แน่นอน ”

ถามว่า ทำแบบนี้ เหมือนใจร้ายมั้ยคะ ไม่ช่วยสุดตัวมั้ย ?
อืม อาจจะดูเหมือนใจร้ายนิดหน่อยนะคะ
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ สุดสตรองค่ะ

ลองคิดภาพตามสิคะว่า
คนที่จะสามารถหายป่วยไข้ได้จริงๆ คือคนแบบไหน

ก.คนที่นอนพัก กินยา หาหมอ ห่มผ้าอุ่นๆ
หรือ ข.คนที่เดินออกไปตากฝนซ้ำๆ ตากแดด ไม่หาหมอ ไม่ดูแลตัวเอง

แน่นอน คนไข้ที่”อยากหาย”
คือคนไข้ที่มีสิทธิ์หายไปแล้วกว่า50%ค่ะ
ยิ่งเรื่องของจิตใจแล้ว มี 3 เงื่อนไขที่จำเป็นมากๆ
ที่คนไข้พึงมีนั่นก็คือคุณต้อง
1.สนใจหัวใจตัวเอง
2. ระวังใจไม่ให้ป่วย
3. ถ้าป่วยเเล้วต้องอยากหายค่ะ

เพราะถ้าไม่รู้ว่าเริ่มป่วย หรือไม่อยากป้องกัน
อาการที่อาจแฝงอยู่นั้น ก็พลันลุกลามไปกันใหญ่
แต่ถ้ารู้ว่าป่วยแล้วไม่แคร์ว่าต้องการหาย ยิ่งยากไปกันใหญ่เลยค่ะ

เศร้าไม่ผิด ไม่เป็นไรนะคะ
ประเด็นคือ อยากหาย อยากดีขึ้นบ้างหรือไม่ ?
ถ้ายัง ก็อาจจะยังไม่ต้องปีนเชือกที่ส่งให้ นอนอยู่ตรงนั้นไปก่อน
ไม่มีใครว่าอะไรเลย

เพียงแต่ว่า ถ้าอยากหายแล้วล่ะก็
“ปีนขึ้นมาเถอะค่ะ มีคนรอพยุงอยู่นะคะ”

– อะไรเป็นอุปสรรคของจิตแพทย์ นักจิตวิทยาในการให้คำปรึกษาคะ?
ทราบมั้ยว่าคำตอบคือ
“คนไข้ที่ดูดีเกินไปค่ะ”

การดูดี พยายามดูดี คืออุปสรรคหนักหนาที่ทำให้ “รักษาหายได้ยากยิ่ง”
คนไข้หลายท่าน สร้างอุปสรรคของการรักษาใจ
โดยการ ตอบคำถามเเบบ พยายามติดเป็นคนดี ดูถูกต้อง
บอกในสิ่งที่คาดเดาว่า ผู้ฟังน่าจะอยากฟังอะไร

แต่ๆๆๆ
ไม่ได้พูดความรู้สึกที่จริงๆแท้ๆที่มาจากใจเอาซะเลย

เคล็ดลับก็คือ เลิกติดดูดี ตอบแบบจริงใจ
เปิดใจเมื่อไหร่
ข้ามไปหาความสบายใจได้รวดเร็วเมื่อนั้นค่ะ

แอบบอกทิ้งท้าย ทราบมั้ยว่า
การรักษา อาจมีน้ำตาและดูเหมือนว่าไม่ได้สนุกสนานเท่าไหร่
เพราะอีกอุปสรรคที่อาจทำให้การรักษายืดเยื้อก็คือ
คนไข้บางราย ไม่ตั้งใจมารักษาแต่คิดว่าจะมาระบายออก เพื่อให้ตนสบายใจเท่านั้น

จริงอยู่ ที่การได้คุยกับใครสักคนจะทำให้สบายใจ โดยเฉพาะนักจิตวิทยาที่มี skill ฟังด้วยใจ
แต่ที่จริงแท้แน่นอนที่สุด
กระบวนการรักษาบำบัดความคิด จิตใจ อาจจะมีบางสิ่งที่นักจิตวิทยา พูดแล้วไม่เข้าหูคนไข้มากนัก
เรียกได้ว่าไม่ได้ปลอบประโลมให้มีพรรคพวก สบายใจเท่านั้น

ตรงกันข้าม
อาจทำให้เกิดความเครียดบางอย่าง ในใจคนไข้ในระดับเบาบาง

แต่ไม่ต้องตกใจค่ะ

ความเครียดนี้ เป็นความเครียดที่มีคุณภาพ
นำมาซึ่งการสั่นสะเทือนบางอย่างในใจ
เกิดน้ำตา เกิดความพยายามคิดใหม่ ปรับใจใหม่

นั่นคือลงมีดลงไป ที่ใจ บางห้วงสนทนา
สุดท้ายก็จะได้มาซึ่งคำตอบใหม่
จากการ “เปลี่ยนความคิด” ไปตลอดกาล

จากนั้นก็ หายทุกข์ หายเศร้า เข้าใจตัวเอง คนอื่น โลกใบใหญ่ได้ลึกซึ้งสดใสมากขึ้น

ยืนขึ้นได้อย่าง Strong มีความสุขด้วยการ

ปรับให้มีความคิด…ที่ทำให้ไม่มีใครสามารถมาทำร้ายใจเราได้
ปรับให้มีความคิด…ที่สร้างสรรค์ชีวิตเหมือนเป็นเราในเวอร์ชั่นใหม่
ปรับให้มีความคิด…ที่มีพลังจะก้าวเดินต่อไป
ปรับให้มีความคิด…ที่พาใจแก้ปัญหาได้ในอนาคต…ตลอดกาล

ถ้าบางอย่างในใจคุณไม่โอเค

วันนี้
คุณลองคุยกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา แล้วหรือยังคะ?

#MindDirector
#จิตแพทย์ #นักจิตวิทยา

2 thoughts on “วันนี้คุณคุยกับจิตแพทย์ นักจิตวิทยา แล้วหรือยัง ?

  1. ดา says:

    บางทีก็อยากหาย แต่บางทีก็ไม่ค่ะ
    มันรู้สึก…ไม่มีแรงไม่มีกำลังใจจะปีนขึ้นบันไดเชือกด้วยตัวเองล่ะมั้งคะ
    อุปสรรคอีกอย่างคือ เวลาจะปรึกษา มักนึกไม่ออก ไม่รู้จะพูดยังไงออกไป
    ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง

  2. ฐิรนุช อมาตยกุล says:

    อยากปรึกษาค่ะ
    คุณแม่อายุ 79ปี เป็นซึมเศร้า เป็นมาจะยี่สิบปีแล้วค่ะ แกเป็นเพราะเป็นโรคหลอดเลือดสมองด้วย
    ทุกวันนี้แกไม่ยอมออกไปไหน เพราะ
    1. เหนื่อยง่ายเวลาที่จะต้องแต่งตัวหวีผม ล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อออกไปข้างนอก แกจะเหนื่อยและเวียนหัว
    2. ไม่อยากพูดคุยกะใคร เพราะ พอพูดไปแล้วก็จะต้องกลับมาคิดวนไปวนมาว่า นี่ฉันพูดอะไรออกไปบ้าง ชั้นพูดอะไรผิดไปรึเปล่า แล้วก็นอนคิดไปหลายวันกว่าจะเลิกคิด
    แต่ที่กลุ้มใจคือ แกจะต้องไปหาหมอ เพราะแกมีโรคเบาหวาน ความดัน และไตเสื่อม จะมีปัญหามากตอนที่จะต้องไปเจาะเลือดตอนเช้า ทำยังไงก็ไม่ยอมไป นี่ผ่านมาจะเป็นปีแล้ว เลื่อนหมอมาไม่รู้กี่หนแล้ว ก็ยังไม่ยอม พยายามทุกทางแล้วก็ไม่ยอมไป อ่ะ ให้กินดึกหน่อยแล้วไปดจาะเลือดสายๆก็ไม่เอา หรือ ให้กินไปเลยแล้วนับไป 8 ชั่วโมงค่อยไปเจาะตอนเย็น ก็ไม่เอา หรือเอางี้มั๊ย เอาใบเจาะเลือดไปขอเจาะคลีนิคแถวบ้าน แล้วเอาผลเลือดไปให้หมอมั๊ย ก็ไม่เอาอีก โอ๊ย จนปัญญาจริงๆค่ะ มีวิธีไหนที่จะทำให้แกยอมไปเจาะเลือดได้บ้างคะ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *