ฟังคำวิจารณ์มาแล้ว จิตตกง่าย
รู้สึกใจเปราะ ใจบางมากมาย … แก้ไขยังไงดี?!?

ถ้าเราไม่สามารถฟังคำด่า ว่า นินทา วิพากษ์ วิจารณ์
ชีวิตเราจะพัฒนายากมาก
งานก็ชะงัก เข้าสังคมก็ไม่เก่ง รู้สึกไม่ชอบผู้คนรอบตัว มีแต่พลังลบ
คนไม่อยากเข้าใกล้ รักไม่สดใส เงินทองไม่ไหลมาเทมา

นั่นคือผลของคนที่อยากก้าวหน้า แต่ใจบาง เกินกว่าจะฝ่าขวากหนามได้ไกล

แต่จริงๆแล้วชีวิตคือการเรียนรู้ ศัตรู คือยาชูกำลัง ผิดพลั้งเป็นครู
ถ้าเราเรียนรู้ที่จะฝึกฟังคำวิจารณ์ได้ นำมาปรับใช้ให้เป็นประโยชน์
นั่นจะทำให้เรารุดหน้าพัฒนา ปิดรอยรั่ว ป้องกันความล้มเหลวได้ไวและฉลาดมาก

ยิ่งคนที่เจอคำครหาบ่อยๆ
หมายความว่าคุณเป็นคนที่เดินไปข้างหน้า ไม่ได้นิ่งอยู่กับที่
มาถูกทางเเล้วค่ะ

แต่ๆๆ ถ้าอุตส่าห์ออกจาก comfort zone มาถูกทางอย่างดิบดี
แต่ไม่สามารถเอาคำฟีดแบคทั้งร้าย-ดี จากคนอื่นมาใช้ประโยชน์
หรือเเปรเป็นวัตถุดิบพัฒนาศักยภาพชั้นดีได้
อย่างนี้ คำวิจารณ์ดีดี ก็กลายเป็นไร้ค่าไป

เผลอๆ บางคนเมื่อพยายามขับเคลื่อนชีวิตไปข้างหน้า กลับพบว่านอยด์กว่าเก่าเข้าให้
เมื่อต้องเจอคำพูด คำว่า ยิ่งทำให้จิตใจห่อเหี่ยวลงไปเรื่อยๆ นั่นก็จะทำให้ท้อหนักไปใหญ่
กลายเป็นเสียงในใจ “รู้งี้ไม่ทำดีกว่า”
เคยเป็นมั้ยคะ?

ดังนั้นแก้ไขกันเถอะค่ะ

  1. อย่าคิดว่าคำวิจารณ์คือหอกดาบฟาดฟันเรา
    แต่ให้คิดว่า คำวิจารณ์ คือกระจกวิเศษ ที่สะท้อนให้เรา เห็นตัวเราเอง^^

ลองคิดว่า ดีแค่ไหนที่มีคนมาสนใจ และฟีดแบคเรา
เราคือคนที่สมควรอยู่บนโลก เราคือคนที่มีค่าขับเคลื่อนบางอย่างให้ยิ่งใหญ่
หลายคนบนโลกนี้ ไม่มีใครสนใจ ทำอะไรเป็นอากาศธาตุ
แบบนั้นน่าสงสารกว่าคนที่มีคนมาคอยวิจารณ์เยอะเลยค่ะ

แต่อย่าลืมว่า
ไม่มีใครรู้จักใครดี 100%
เพราะที่เราแสดงออกไปมันเป็นเหมือนยอดภูเขาน้ำแข็งตอนปลาย เพียง10% เท่านั้น
ที่มีเบื้องหลังเบื้องลึกซ่อนไว้ใต้น้ำกว่า90% ของความจริงทั้งหมด

คนเห็นเรา เค้าเห็นเราแค่ผิวๆ
ดังนั้น สิ่งที่เค้าพูด เป็นความคิดของเค้า
สะท้อนในมุมที่เค้ามองแค่นั้นนะคะ
อย่าให้มันกลายเป็นคำตัดสินชีวิตทั้งหมดที่เรามีค่ะ

ฟังสิ่งที่เค้าคิด แล้วเอามาปรับใช้กันดีกว่า

2. แก้ไขด้วย เพิ่มความมั่นใจในตนเอง
เรียกศรัทธาในตนเอง (self esteem)

มาถึงบรรทัดนี้ บางคนบอก หนูมีคุณค่าด้วยหรอคะ นึกไม่ออกเลย ฮาาา
แหม่ … มีสิคะ มากกว่าที่เราจะคิดทันด้วยซ้ำ
ลองค้นหาโดย ลองเขียนสิ่งที่เราเคย #ฝืนใจแต่ทำให้ได้ดี เเละทำสำเร็จในอดีต มาวันละข้อ
แม้เรื่องเล็กน้อยก็ต้องคิดถึงมันดู

เช่น ตอนเเรกคิดไม่ออกเลย แต่พอนึกนานๆ อ้อ! มีเรื่องนี้
ตอนป.4เคยช่วยพ่อแม่เฝ้าร้านค้าที่บ้านทุกเย็น ทั้งที่อยากไปเล่นมากๆ
เด็กป.4 ฝืนไม่ไปเล่นทั้งที่อยากเล่น
บ่งบอกว่า เราเป็นเด็กที่มีความอดทนมากคนหนึ่งเลยล่ะ

ดังนั้น ถ้าวันนี้ มีใครมาด่าว่าเรา วิพากษ์เราว่าเป็นคนทำอะไรไม่สำเร็จหรอก
เอาชนะใจตัวเองไม่เคยได้ ไม่มีความอดทน บลา บลา
ให้เรารู้เองได้เองเลยว่า “มันไม่จริง!”
เพราะหลักฐานมันทนโท่ เรามีสตอรี่รับรอง หากค้นดีดี

เมื่อเรารู้เเล้ว นึกออกหลายๆเรื่อง เราจะตระหนักในคุณค่าของตัวเองที่มี
และไม่จำเป็นต้องแก้ตัวให้ทุกคนบนโลกฟัง เพราะ
“คุณค่าอยู่ที่เรา ไม่ได้อยู่ที่ใครจะรู้ หรือไม่รู้”
อย่าลืมตระหนักในคุณค่าของตนเองนะคะ

3. ลองมองไปรอบตัว มีผู้ใดไม่เคยถูกวิพากษ์วิจารณ์บ้าง
แม้แต่กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ ศาสดาเอกของโลก นายกรัฐมนตรี ประธานาธิบดี
คุณหมออดีตนางสาวไทย นักกีฬาคนดังแห่งยุค
มิสไทยเเลนด์เวิร์ลตอบคำถามบนเวทีระดับโลก
ไม่มีใครรอดจากการถูกวิจารณ์ กล่าวถึง นินทา ทั้งต่อหน้าและลับหลัง

ค่ะ..ใครๆก็โดนทั้งนั้น
หากเอาคำวิจารณ์มาทำให้ชีวิตชะงักงัน
ผู้ยิ่งใหญ่ในโลกนี้ คงไม่มีแน่นอน

รู้เคล็ดลับ 3วิธีคิดนี้แล้ว
ลองเอาไปใช้ดูนะคะ


อยากปรับวิธีคิด มุมมองให้บวก ทั้งต่อตนเองและคนอื่น
เพื่อเพิ่มขีดความสุขให้ตนเอง งานรุ่ง ความรักสดใส


สอบถาม คลิก https://line.me/R/ti/p/%40mindcenter

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *