เคยสงสัยกันมั้ยคะว่า เวลาที่เรารู้สึกท้อแท้ เศร้า เซ็ง อึน ซึม หรือนอยด์ขึ้นมานั้น
เรากำลังเดินเข้าสู่วงการ ผู้ป่วยโรคซึมเศร้าอยู่ รึเปล่า?

ยิ่งถ้าใครได้ทราบข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตว่าปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคซึมเศร้าในไทย ที่ไม่ได้รับการรักษาถึง1.1ล้านคนด้วยเเล้ว
อาจจะยิ่ง ทำให้อดคิดไม่ได้ว่า เราหรือคนที่เรารัก คนที่เราห่วงใย จะกำลังเข้าข่ายเป็นหนึ่งในผู้ไม่รู้ตัวว่าป่วยเป็นโรคซึมเศร้าอยู่มั้ยหนอ ?

ทราบมั้ยคะว่า..
โรคซึมเศร้านี้ ถือเป็นโรคร้ายเเรงเเละมีเเนวโน้มที่จะมีผู้ป่วยเป็นโรคนี้มากขึ้น

จากการศึกษาพบว่า ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า มักจะจบชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายสำเร็จมากกว่าคนทั่วไปถึง 20 เท่า!
จากการวิจัยร่วม ของธนาคารโลกกับมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดยังคาดการณ์อีกว่า อนาคต ในปี 2020 โรคซึมเศร้า จะเป็นปัญหาสาธารณสุขอันดับที่ 2ของโลก รองลงมาจากโรคหัวใจหลอดเลือด อีกด้วย!!

‘โรคซึมเศร้า’ จึงถือเป็นเพชรฆาตเงียบใกล้ตัวอันดับต้นๆ ที่พร้อมจะเกาะกินชีวิตเรา…เราโดยที่เราไม่รู้ตัว…
น่ากลัวมั้ยล่ะคะ ?!?

ดังนั้น…อย่าได้นิ่งนอนใจเเต่อย่างใด
เรามาทำความรู้จักและ เข้าใจ เพื่อให้เราสามารถสังเกตการณ์ใจ เอะใจ ใส่ใจ หัวจิตหัวใจเราเองได้ ก่อนที่เราจะเข้าข่ายผู้ป่วยเป็นโรคซึมเศร้ากันดีกว่าค่ะ

โรคซึมเศร้า เกิดจากอะไร?

ทางการเเพทย์พบว่า สาเหตุของโรคซึมเศร้า เกิดจากการแปรปรวนสารเคมีในสมอง เซโรโทนิน (Serotonin) มีปริมาณลดลง ส่งผลให้สมองทำหน้าที่ผิดปกติ ทำให้เกิดอาการต่างๆตามมาค่ะ

หลายคนก็สงสัยว่า เเล้ว ทำไมอยู่ดีดี สารเคมีในสมอง ถึงผิดปกติขึ้นมาได้ล่ะ
คำตอบก็คือ…. เป็นไปได้หลายสาเหตุ
ไม่ว่าจะเป็น พันธุกรรม ความเปราะบางทางชีวภาพเฉพาะตน ความตึงเครียดในชีวิตประจำวัน พัฒนาการของจิตใจ รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่เผชิญ

ยกตัวอย่างเช่น การประสบกับความเครียดบ่อยๆ เจอมรสุมชีวิตหนักๆ เจ็บป่วยเรื้อรังจนหมดกำลังใจ สูญเสียคนรัก พลัดพรากจากพ่อแม่ในวัยเด็ก ครอบครัวมีปัญหา ตกงาน มี ปัญหาเรื่องการเงิน เกิดการเปลี่ยนเเปลงกระทันหัน ต้องย้ายบ้าน เปลี่ยนงานใหม่ หรือที่พบบ่อยคือ…ความสัมพันธ์กับคนใกล้ชิดไม่ราบรื่น

หากเจอกับเหตุการณ์หรือความรู้สึกเหล่านั้นมากระทบ
ก็อาจกระตุ้นให้โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้ค่ะ

เปรียบเทียบง่ายๆให้เห็นภาพ กับการเป็นหวัด
จริงอยู่ที่หวัดจะเกิดจากเชื้อไวรัส เเต่เราก็มักจะเป็นหวัด ในเวลาที่ร่างกายไม่เเข็งเเรง ช่วงที่เราทำงานหนักเกินไป อดนอนบ่อยๆ กินอาหารไม่มีประโยชน์ ใช่มั้ยคะ

เมื่อร่างกายเราอ่อนเเอ ก็จะไม่สามารถจัดการกับเชื้อโรค ต่างๆที่เข้ามาในร่างกายได้ เช่นเดียวกับจิตใจที่มีภาระมากๆ พอเจอเรื่องร้ายๆ เจอการปรับเปลี่ยนอะไรกระทันหัน เจอความเครียดและภาวะกดดันมากๆ มีมรสุมชีวิตรุมล้อมจนเกินจะทนรับไหว เมื่อกลไกทางจิตรับไม่ได้ จนเสียสมดุลทางใจ
ส่งผลให้ป่วยทางใจในที่สุด

“โรคซึมเศร้า.. ไม่ใช่ความอ่อนเเอในจิตใจ ”

ครูเปิ้ลในขณะฝึกงานที่แผนกจิตเวชฯ ได้ทำจิตวิทยาให้คำปรึกษาคนไข้หลายราย ซึ่งป่วยเป็นโรคซึมเศร้า เเต่ไม่มีใครเข้าใจ ซ้ำยังถูกสังคมมองว่า อ่อนเเอ ใจเสาะ เอาเเต่คิดลบ มองโลกในเเง่ร้าย เรียนเก่งซะเปล่า เเต่คิดไม่ได้ ไม่รู้จักพัฒนาตัวเอง ทั้งๆที่พ่อเเม่ก็ดี๊ดี…ลูกไม่น่าเป็นเเบบนี้ได้เลย!

“ผมรู้สึกกลัวพ่อ..พ่อผมเข้มงวดเเละโมโหร้าย ต่างจากเวลาที่พ่ออยู่กับเพื่อน พ่อจะเฮฮามาก ผมรู้ว่าพ่ออยากสอนให้ผมแกร่ง..เลยเจ้าระเบียบกับผมตั้งเเต่เด็ก ผมเข้าใจพ่อนะ แต่มันก็มีบางเวลาที่เราสับสน ขัดเเย้งในใจ เเต่ก็ไม่กล้าปรึกษาใคร…ไม่กล้าปรึกษาพ่อ พอปรึกษาเเม่ แม่ก็มักพูดไปอีกทาง… รู้สึกเหมือนโลกนี้ไม่มีใครเข้าใจเราเลย”
นพ(นามสมมติ) นศ.แพทย์ ปี1 มาด้วยอาการ หดหู่ เศร้า และอยากฆ่าตัวตาย
หมอวินิจฉัยว่านพ เป็นโรคซึมเศร้า

คนไข้อีกรายถูกมองว่า คิดมาก คิดลบ ใจเเคบ ชอบเพ้อ วุ่นวาย ไม่เข้าใจชีวิต และดูเหมือนจะเริ่มขี้เกียจขึ้นทุกวัน

“คุณเเม่หนูเป็นมะเร็งค่ะ คุณพ่อก็เพิ่งเสียไป ตอนนี้หนูเป็นเสาหลักของบ้านเพราะพี่ชายก็ไม่เอาไหน เมาเช้าเมาเย็น ..หนูก็ท้อกับพี่เค้าเหมือนกัน ส่วนเจ้านายที่บริษัทก็พยายามกดดันให้หนูพัฒนาตัวเอง หนูเองก็พยายามจะขยัน อยากได้เงินมารักษาเเม่ ช่วงหลังมานี้หนูทำงานหนักมาก จนแฟนที่คบมาปีกว่าเริ่มบอกว่า…รู้สึกห่างเหิน..
บางทีนั่งอยู่ดีดีก็อยากร้องไห้ ปรึกษาใครก็บอกว่า ‘อย่าไปเครียดเลย’ คนอื่นเค้ายากจน พิการ แย่กว่าเรา เค้ายังอยู่ได้…เเค่นี้เราเองก็ควรจะผ่านไปได้ เเขนขาเรายังมี
หนูก็พยายามจะคิดเเบบนั้นนะคะ เเต่มันไม่ได้ช่วยให้หายเครียด ไปเข้าวัด ที่วัดเค้าก็ให้ พยายามปล่อยวาง พอหนูพยายามนั่งสมาธิ แต่ก็ไม่มีสมาธิเลยค่ะ ล่าสุด หาหนังสือดีดีมาอ่าน เข้า สัมมนาสร้างเเรงบันดาลใจ คนอื่นฮึกเหิมมีไฟ เเต่ทำไมหนูถึงกลับยิ่งรู้สึกท้อหนักเข้าไปใหญ่ก็ไม่รู้
…ทุกวันนี้ไม่อยากทำอะไร…ไม่อยาก เเม้กระทั่งลุกจากเตียงเลยค่ะ… มันเเย่จนบางทีคิดว่า..หนูอยากตาย”

ฟ้า พนักงานบริษัท มาโรงพยาบาล ด้วยอาการปวดศรีษะที่เดิมเป็นเวลานาน น้ำหนักตัวเพิ่มมากกว่าปกติ นอนมาก แต่รู้สึกเพลีย สุดท้ายมาจบที่แผนกจิตเวช คุณหมอวินิจฉัยว่า ฟ้าเป็นโรคซึมเศร้า

จะเห็นได้ว่า “โรคซึมเศร้า”ไม่ได้มีเพียงเเค่ “อารมณ์เศร้าซึม”แบบกินไม่ได้ นอนไม่หลับเท่านั้น คนที่กินมาก นอนมาก เข้าคอร์สสัมมนาหาเเรงบันดาลใจ ก็อาจจะเข้าข่ายป่วยโดยไม่รู้ตัวได้…แปลกใจมั้ยล่ะคะ

เเล้วเราจะรู้ได้อย่างไรกัน ว่าเรามีอาการเข้าขั้นซึมเศร้าเเล้วหรือไม่
มาดู9 ข้อตรวจสอบว่า คุณเป็นโรค ซึมเศร้า อยู่หรือเปล่ากันเถอะค่ะ

อาการแสดงว่าเป็นโรคซึมเศร้า มีอยู่3ด้านใหญ่ๆ นั่นคือ
อาการด้านอารมณ์ อาการด้านความคิด และอาการด้านร่างกาย

อาการด้านอารมณ์

1.) คือมีอารมณ์ซึม มีอารมณ์เศร้า
เเต่ในเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นอารมณ์หงุดหงิด เเละในผู้ชายอาจเป็นอาละวาดเเทนก็ได้ ต้องดูอาการอื่นร่วมด้วยนะคะ

อาการด้านความคิด
2.) ความสนใจหรือความเพลินใจในกิจกรรมต่างๆ แทบทั้งหมด ลดลงอย่างมาก คือ ไม่อยากทำอะไร แม้ในสิ่งที่เคยชอบทำมากๆ เช่น เคยชอบเตะบอลมากๆ แต่กลับไม่สนุกกับการเตะบอลเเล้ว เคยชอบชอปปิ้ง ร้องคาราโอเกะ รดน้ำต้นไม้ แต่กลับไม่อยากทำ อยากเก็บตัวอยู่บ้านคนเดียว เป็นต้น

3.) สมาธิไม่ดี ขี้ลืม จำอะไรไม่ค่อยได้ บังคับตัวเองให้จดจ่อกับงานตรงหน้าไม่ได้ สมองไม่เเล่น ตัดสินใจช้า ลังเลไปหมด ส่งผลให้ความสามารถในการทำงานลดลง กระวนกระวาย ทำงานอะไรได้ เชื่องช้าลง

4.) ผิดหวังในตนเอง และโทษสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้นเสอม คิดว่าตนเองไร้ค่า ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม รู้สึกสูญเสียความมั่นใจในตนเอง

5.) อยากอยู่คนเดียวไม่อยากสุงสิงกับใคร

6.) คิดเรื่องการตาย คิดอยากตาย

อาการด้านร่างกาย
7.) เบื่ออาหารมากๆ จนน้ำหนักลดลงอย่างมาก หรือไม่ก็เจริญอาหารมากๆ จนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

8.) นอนหลับยาก ฝันร้ายบ่อยๆ ตื่นเช้ากว่าปกติ สะดุ้งตื่นขึ้นมาตี2ตี3 เเล้วหลับไม่ลงอีกเลย หรือในบางคน นอนหลับมากเกินไป นอนทั้งวันทั้งคืน เเต่กลับรู้สึกเพลีย รู้สึกนอนไม่อิ่มเมื่อตื่นขึ้นมา

9.) อ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรง หรือปวดตรงนั้นตรงนี้เป็นเวลานาน รักษาไม่หาย ไม่ทราบสาเหตุอะไรนอกจากเครียด

**สัญญานโรคซึมเศร้าดังกล่าว ต้องมีอาการข้อ 1 หรือ ข้อ 2 บวกกับอาการข้ออื่นๆ เกิน 6 ข้อ เป็นเวลานานเกินกว่า2สัปดาห์ขึ้นไป และต้องมีอาการเหล่านี้อยู่เกือบตลอดเวลา แทบทุกวัน ถึงจะเข้าข่ายต้องสงสัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า

ไม่ใช่เป็นๆ หายๆ หรือเป็นเพียงแค่วัน สองวันก็หายไป แล้วกลับมาเป็นใหม่…อย่างนั้น ถือว่ายังไม่ใช่นะคะ

…หากสังเกตเห็นว่าใจเราเริ่มเปราะ เริ่มไม่ไหว
อย่ามัวเเต่เขินอายเเล้วทรมานใจด้วยการปล่อยไว้เฉยๆ

คนเป็นโรคซึมเศร้า ไม่ใช่คนเลวร้าย
คนเป็นโรคซึมเศร้าไม่ใช่คนที่มีจิตใจอ่อนเเอ
ที่สำคัญ..เป็นเรื่องยากเหลือเกินที่เราจะควบคุมสารเคมีในสมองให้ไม่ผิดปกติได้

สิ่งที่เราทำได้ ก็คือ ดูแลชีวิต จิตใจ ไม่ให้ผจญกับสถาวะเครียดจนเกินไป เเละหากพบสัญญานอันตรายที่เข้าข่าย รีบพบปะพูดคุยปรึกษากับจิตเเพทย์เพื่อช่วยกันเยียวยา ดูแลให้ทันท่วงทีก่อนที่จะสายเกินไปนะคะ

หลายคนมีฝัน มีเป้าหมาย มีความสามารถมากมาย ที่จะพิชิตความสำเร็จ
แต่กลับลืมที่พัฒนาความสามารถที่สำคัญที่สุดในชีวิตที่มนุษย์ผู้ประสบความสำเร็จควรจะมีได้
นั่นคือ “ความสามารถดูแลจิตใจตนเอง..ให้ใจแข็งแรง

จนใจที่อ่อนแอนั้นพาลหยุด”บันดาลเเรง”จนขาดเเรงบันดาลใจ

ดังนั้น
อย่าลืมประณีตกับการดูแลจิตใจกันนะคะ

โรคซึมเศร้า #minddirector

——————

สนใจปรึกษากับครูเปิ้ลและทีมนักสุขภาพจิต นักจิตวิทยา อย่างเป็นส่วนตัว
ทุกอย่างเป็นความลับ
ไม่ต้องเดินทาง

สามารถทำนัดปรึกษาได้ง่ายๆไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ผ่านแอปชีวี ได้เลยนะคะ
? http://onelink.to/chiiwii

เข้ามาคลิกที่ #MindHappiness

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
วิธีการใช้งาน สอบถามนัดแพทย์
ติดตามโปรโมชันได้ที่
Line@ :@chiiwiilive หรือ
http://line.me/ti/p/%40chiiwiilive

แล้วจิตใจแข็งแรง สดใส สบายดี
จะเป็นของคุณนานเท่านาน

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *